แต่งครัวอย่างไร ให้น่าใช้

 ในโอกาสแห่งการเริ่มต้นปีใหม่นี้ สมาชิกบางท่านอาจใช้โอกาสนี้ในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ หรือหาสิ่งใหม่ ๆ เพื่อเป็นของขวัญกับตนเอง และสำหรับท่านสมาชิกที่คิดจะตกแต่งห้องครัวใหม่ เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาแนะนำค่ะ           การตกแต่งห้องครัวใหม่นอกจากเราจะเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่เราพอใจแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องที่จะละเลยไม่ได้ก็คือการเลือกชุดครัว ไม่ว่าจะเป็นแบบชุดครัว Built in หรือแบบลอยตัว โดยส่วนใหญ่เราจะนิยมที่จะจัดวางชุดครัวเป็นรูปตัวยูหรือตัวแอล หรือชิดผนังด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะจัดวางลักษณะใดก็ขึ้นอยู่ที่ ความเหมาะสมและขนาดเนื้อที่ห้องครัว สำหรับห้องครัวที่มีเนื้อที่มาก ขอแนะนำให้มีเคาน์เตอร์กลางห้อง เพราะจะช่วยเพิ่มเนื้อที่ในที่ทำงานได้มากขึ้น ถ้าท่านมีชุดครัวอยู่แล้ว สามารถเพิ่มเคาน์เตอร์กลางห้องโดยเลือกรูปแบบให้เข้ากับชุดครัว หรือเพื่อเป็นการประหยัด แค่เราหาโต๊ะไม้ตัวใหญ่มีลิ้นชัก มาวางก็สามารถใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน           เมื่อวางแผนการจัดวางชุดครัวแล้ว ก็มาถึงวัสดุที่ใช้ทำชุดครัว ห้องครัวนับเป็นห้องที่ต้องรับบทหนักสุดในบ้านก็ว่าได้ ในเรื่องความสกปรกในเวลาทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหารหรือกลิ่น ซึ่งเป็นต้นตอของเชื้อโรคอย่างดี ฉะนั้นการเลือกชุดครัวที่เป็นผิวเรียบจะเป็นสิ่งดีที่สุด เพราะจะทำให้สามารถทำความสะอาดได้ดีและทั่วถึงกว่าชุดครัวที่ผิวไม่เรียบ           หน้าเคาน์เตอร์ที่กรุด้วยสเตนเลส หรือแผ่นหินที่บางท่านนิยมใช้เพื่อความสวยงาม ทนทานและทำความสะอาดได้ง่าย ที่สามารถใช้น้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดเช็ดได้ ก็นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทีเดียว แม้ว่าชุดครัวแบบนี้จะมีราคาสูง แต่หากเป็นเคาน์เตอร์ที่กรุด้วยกระเบื้องเซรามิค ก็จะต้องพิจารณารอยต่อของกระเบื้องให้ชิดกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจะต้องยารอยต่อให้ดีเพื่อกันเศษอาหารหรือน้ำเข้าไปสะสมระหว่างใช้งาน           นอกจากนี้ท่านที่ชื่นชอบชุดครัวที่มีลักษณะผิวไม้ธรรมชาติ ก็ควรเลือกใช้หน้าเคาน์เตอร์ทำด้วยไม้จริงเคลือบด้วยยูเรเทนกันน้ำ จะดีกว่าเลือกเคาน์เตอร์ที่กรุด้วยลามิเนตหรือวัสดุไม้อัดที่เรียกว่าปาร์ติเคิลบอร์ด เนื่องจากวัสดุเหล่านี้ แม้จะดูสวยงาม มีสีและลวดลายต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย แต่ไม่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้น เมื่อใช้งานนาน ๆ ก็จะเกิดความเสียหายได้           สุดท้าย การให้ความสำคัญต่อระบบระบายอากาศก็จำเป็นเช่นกัน เพราะแม้จะมีเครื่องดูดควันที่ช่วยดูดกลิ่นอาหารและควันออกไปจากห้องได้ แต่ก็ไม่สามารถช่วยลดความร้อนจากการใช้เตา หรือความชื้นในห้องครัว ดังนั้นห้องครัวที่ดีควรมีช่องระบายอากาศและช่องแสงที่เพียงพอต่อขนาดของห้องครัว           ด้วยเคล็ดลับเพียงเท่านี้ ก็จะสามารถเลือกชุดครัวสำหรับตกแต่งได้อย่างคุ้มค่า ทั้งสวยงามและทนทาน ตลอดทั้งถูกสุขลักษณะค่ะ

Details

รูปแบบการจัดห้องครัว

การวางแปลนครัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะ ตามขนาดและรูปร่างห้อง คือ 1. การจัดแบบตัวยู (U-SHAPED KITCHEN) เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่เหลือเฟือ ทั้งบ้านและครัวนี้ จึงมีความยืดหยุ่นมากที่สุด เพราะยังสามารถขยายพื้นที่ ของเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของต่างๆได้ 2. การจัดแบบตัวแอล (L-SHAPED KITCHEN) เป็นครัว ที่ใช้การได้ดีเช่นกัน สำหรับการทำงาน ในจุดทั้งสาม (เตา,อ่าง,ตู้เย็น) เหมาะกับห้อง ที่มีเนื้อที่ปานกลาง และเป็นบ้านโล่งๆ ที่ไม่มีการ กั้นแบ่งห้องทุกห้อง (OPEN PLAN) 3. การจัดแบบแถวยาวตามทางเดิน (CORRIDOR KITCHEN) เป็นครัวที่อยู่ในบริเวณ ที่ขนาบทางเดิน แคบๆ โดยมีทางเดินอยู่แนวกลาง ทุกๆอย่างในครัวนี้ จะอยู่ใกล้มือมาก จึงอำนวย ความสะดวกได้มากที่สุด 4. การจัดแบบแถวยาวตลอด (ONE WALL KITCHEN) เป็นครัวที่มีการจัดวางเป็นแบบแถวเดียวชิดผนังหมด การจัดครัวนั้นจำเป็นจะต้องคำนึงถึงจุดนี้ด้วย เพราะจะช่วยให้รู้เรื่อง ถึงลักษณะการใช้ของครัว แต่ละแบบ และเพิ่มความมั่นใจ ในการเลือกแบบ แต่ละแบบ ให้เข้าได้กับสภาพพื้นที่ภายในบ้านที่มีอยู่ โดยให้คำนึงถึง ความสะดวกและความประหยัด ของพื้นที่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ขณะประกอบอาหารได้มากที่สุด

Details

ความสัมพันธ์ของแสงและห้องครัว

ช่องแสงของห้องครัว ในการสร้างบ้านแต่ละหลัง สถาปนิกและวิศวกรทุกคนจะออกแบบเพื่อให้มีช่องแสงผ่านเข้ามาในห้องต่าง ๆ ของบ้านคุณ ช่องแสงที่ว่านี้ เพื่อประโยชน์หลาย ๆ อย่าง โดยประโยชน์ที่แน่นอนก็เพื่อให้แสงสามารถผ่านเข้ามาในห้อง ทำให้ห้องดูโปร่ง ตลอดจนเพื่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้า จากการใช้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์แทนการใช้แสงสว่างจากหลอดไฟ โดยทั่วไปช่องแสงจะเกิดจากการที่เราเลือกใช้วัสดุโปร่งแสงแทนวัสดุทึบแสง เช่น การเลือกใช้ประตูกระจกแทนประตูไม้ทึบ หรือแม้แต่การเลือกเจาะเป็นช่อง เช่น ช่องหน้าต่างหรือช่องเหนือประตู ก็ล้วนเป็นวิธีการเปิดช่องแสงทั้งสิ้น สำหรับตำแหน่งช่องแสงที่พบมากในห้องครัวนั้น มีอยู่ไม่กี่ประเภท สามารถแยกได้ดังนี้ 1. เหนืออ่างล้างจาน เป็นแบบที่นิยมมาก โดยเฉพาะครัวไทย โดยมักจะเว้นพื้นที่ให้เป็นหน้าต่างหรือกระจก เพื่อให้ครัวดูโปร่งและสามารถระบายอากาศได้ดี 2. หน้าต่างหรือประตูข้างใดข้างหนึ่งของผนังห้องครัว เป็นแบบสากลที่นิยมกันทั้งครัวฝรั่ง(Pantry) และครัวไทยเอง 3. ประตูกระจก เพื่อให้แสงสว่างเข้ามาในครัวได้มากที่สุด พบมากในบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างมาก โดยสามารถมองออกไปจากห้องครัวแล้วสามารถเห็นทะเลหรือสนามหญ้า แต่ไม่ว่าคุณจะมีช่องแสงแบบใดจำนวนเท่าใด ต้องไม่ลืมว่าทุกอย่างต้องมีความพอดี เพราะช่องแสงที่น้อยเกินไป จะมีผลให้ห้องครัวดูทึบ อับ ระบายอากาศไม่ดี ในขณะเดียวกัน ช่องแสงที่ทึบมากเกินไป ก็จะทำให้ร้อนมากเวลาที่แดดส่อง วันนี้ลองสำรวจห้องครัวคุณสิคะว่า ช่องแสงในห้องครัวคุณเป็นแบบใด และแสงที่เข้าไปมีความพอดีหรือยัง… ที่มา http://fagorthailand.co.th

Details

การตรวจสอบงานระบบในห้องครัว

การตรวจสอบงานระบบในครัว           สำหรับท่านที่ทำครัวใหม่ ควรจะมีความรู้ในส่วนระบบในครัวรายละเอียดค่อนข้างมาก เพราะเป็นพื้นที่ใช้สอยประจำ หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้วต้องทำการตรวจเช็คว่าเป็นไปตามแบบที่ตกลงไว้หรือไม่ การเก็บรายละเอียดของระบบงานต่าง ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุงในภายหลัง โดยมีจุดสำคัญดังนี้           1. การวางท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้ง ท่อน้ำดีที่ต่อจากผนังด้านนอกควรกำหนดให้สูงจากพื้นประมาณ 50 ซม. ส่วนท่อน้ำทิ้งสูงจากพื้นประมาณ 30 ซม. โดยปลายท่อทั้งสองควรยื่นออกจากผนังประมาณ 20 ซม. 2. การติดตั้งปลั๊กไฟ ควรเพียงพอกับอุปกรณ์ๆ ไฟฟ้าที่มีอยู่ในครัว เพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยยึดหลักดังนี้               – ปลั๊กไฟสำหรับเตาไฟฟ้า ควรติดตั้งสูงจากพื้น 60 ซม.               – ปลั๊กไฟสำหรับเครื่องดูดควัน ควรติดตั้งสูงจากพื้น 190 ซม. หากมีเครื่องดูดควันชนิดกระโจมกลางห้องหรือเคาร์เตอร์ลอย ควรฝังปลั๊กไว้ที่เคาร์เตอร์ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องโดยสายไฟให้เกะกะ – ปลั๊กไฟสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ควรให้อยู่สูงจากพื้น 120 ซม. – ปลั๊กไฟสำหรับตู้เย็น ควรมีสะพานไฟแยกต่างหากจากเครื่องใช้อื่น ๆ เพื่อป้องกันปัญหาของระบบไฟ และควรติดตั้งสายดิน 3. ระบบไฟให้แสง – ไฟในตู้ลอย ควรมีช่องทางในการเปลี่ยนหลอดไฟและซ่อมบำรุงได้ง่าย สวิตช์ไฟควรเดินพ่วงไปรวมกับสวิตช์ไฟอื่น ๆ ใกล้ทางเข้า และมีสวิตช์ที่ใกล้กับตู้อีกตำแหน่งจะช่วยให้สะดวกมากขึ้น – สวิตช์ไฟที่ใกล้อ่างล้าง เลือกใช้สวิตช์ที่กันน้ำ เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟดูด – ตำแหน่งที่ติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า คิดติดตั้งปลั๊กไฟและไฟที่ให้แสงสว่าง เพื่อสะดวกในการใช้งาน ที่มา : http://fagorthailand.co.th

Details

ความสัมพันธ์ของแสงและห้องครัว

ช่องแสงของห้องครัว ในการสร้างบ้านแต่ละหลัง สถาปนิกและวิศวกรทุกคนจะออกแบบเพื่อให้มีช่องแสงผ่านเข้ามาในห้องต่าง ๆ ของบ้านคุณ ช่องแสงที่ว่านี้ เพื่อประโยชน์หลาย ๆ อย่าง โดยประโยชน์ที่แน่นอนก็เพื่อให้แสงสามารถผ่านเข้ามาในห้อง ทำให้ห้องดูโปร่ง ตลอดจนเพื่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้า จากการใช้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์แทนการใช้แสงสว่างจากหลอดไฟ โดยทั่วไปช่องแสงจะเกิดจากการที่เราเลือกใช้วัสดุโปร่งแสงแทนวัสดุทึบแสง เช่น การเลือกใช้ประตูกระจกแทนประตูไม้ทึบ หรือแม้แต่การเลือกเจาะเป็นช่อง เช่น ช่องหน้าต่างหรือช่องเหนือประตู ก็ล้วนเป็นวิธีการเปิดช่องแสงทั้งสิ้น สำหรับตำแหน่งช่องแสงที่พบมากในห้องครัวนั้น มีอยู่ไม่กี่ประเภท สามารถแยกได้ดังนี้ 1. เหนืออ่างล้างจาน เป็นแบบที่นิยมมาก โดยเฉพาะครัวไทย โดยมักจะเว้นพื้นที่ให้เป็นหน้าต่างหรือกระจก เพื่อให้ครัวดูโปร่งและสามารถระบายอากาศได้ดี 2. หน้าต่างหรือประตูข้างใดข้างหนึ่งของผนังห้องครัว เป็นแบบสากลที่นิยมกันทั้งครัวฝรั่ง(Pantry) และครัวไทยเอง 3. ประตูกระจก เพื่อให้แสงสว่างเข้ามาในครัวได้มากที่สุด พบมากในบ้านที่มีพื้นที่ค่อนข้างมาก โดยสามารถมองออกไปจากห้องครัวแล้วสามารถเห็นทะเลหรือสนามหญ้า แต่ไม่ว่าคุณจะมีช่องแสงแบบใดจำนวนเท่าใด ต้องไม่ลืมว่าทุกอย่างต้องมีความพอดี เพราะช่องแสงที่น้อยเกินไป จะมีผลให้ห้องครัวดูทึบ อับ ระบายอากาศไม่ดี ในขณะเดียวกัน ช่องแสงที่ทึบมากเกินไป ก็จะทำให้ร้อนมากเวลาที่แดดส่อง วันนี้ลองสำรวจห้องครัวคุณสิคะว่า ช่องแสงในห้องครัวคุณเป็นแบบใด และแสงที่เข้าไปมีความพอดีหรือยัง… ที่มา http://fagorthailand.co.th

Details

Aluminium Style คอลเลคชั่นใหม่ที่ร้อนที่สุด

ไม่ใช่เพียงแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าเท่านั้นหรอกที่มีเทรนด์และสไตล์เปลี่ยนไปตามคอลเลคชั่นใหม่ ๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวก็มีเทรนด์ใหม่ที่ร้อนแรงที่สุดขณะนี้มาแนะนำ คอลเลคชั่นอลูมิเนียม!! อย่าเพิ่งประหลาดใจ แม้ว่าคอลเลคชั่นของเครื่องใช้ไฟฟ้าจะไม่ได้หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงกันทุก ๆ 2 เดือน 3 เดือนก็ตาม แต่สไตล์และความนิยมของการเลือกซื้อเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา ตั้งแต่คอลเลคชั่นสีขาว พัฒนามาเป็นคอลเลคชั่นสเตนเลสที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ด้วยความสวยงามและความสะดวกในการดูแลรักษา แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ คอลเลคชั่นเครื่องใช้ไฟฟ้าสเตนเลส กำลังจะถูกทดแทนด้วยคอลเลคชั่นอลูมิเนียม ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่า คุณภาพความทนทานที่เท่ากัน บวกกับความสวยงามที่มากกว่าและการดูแลรักษาที่ง่ายกว่า เพราะคอลเลคชั่นอลูมิเนียมมีพื้นผิววัสดุแบบด้าน (Matt Surface) จึงไม่ต้องคอยเช็ดรอยนิ้วมือหลังการใช้งานทุกครั้ง ซึ่งนับเป็นปัญหากวนใจเสมอมาของผู้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่พื้นผิวทำจากสเตนเลส ทีนี้หากคุณกำลังมองหาเตาประกอบอาหาร เตาอบไฟฟ้า เครื่องดูดควัน เครื่องซักผ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวอะไรก็ตาม ลองแวะชมคอลเลคชั่นสินค้าอลูมิเนียมของฟากอร์ที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายประกอบการตัดสินใจซื้อ ที่มา http://fagorthailand.co.th  

Details

การตรวจสอบงานระบบในห้องครัว

การตรวจสอบงานระบบในครัว           สำหรับท่านที่ทำครัวใหม่ ควรจะมีความรู้ในส่วนระบบในครัวรายละเอียดค่อนข้างมาก เพราะเป็นพื้นที่ใช้สอยประจำ หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้วต้องทำการตรวจเช็คว่าเป็นไปตามแบบที่ตกลงไว้หรือไม่ การเก็บรายละเอียดของระบบงานต่าง ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการซ่อมบำรุงในภายหลัง โดยมีจุดสำคัญดังนี้           1. การวางท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้ง ท่อน้ำดีที่ต่อจากผนังด้านนอกควรกำหนดให้สูงจากพื้นประมาณ 50 ซม. ส่วนท่อน้ำทิ้งสูงจากพื้นประมาณ 30 ซม. โดยปลายท่อทั้งสองควรยื่นออกจากผนังประมาณ 20 ซม. 2. การติดตั้งปลั๊กไฟ ควรเพียงพอกับอุปกรณ์ๆ ไฟฟ้าที่มีอยู่ในครัว เพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยยึดหลักดังนี้               – ปลั๊กไฟสำหรับเตาไฟฟ้า ควรติดตั้งสูงจากพื้น 60 ซม.               – ปลั๊กไฟสำหรับเครื่องดูดควัน ควรติดตั้งสูงจากพื้น 190 ซม. หากมีเครื่องดูดควันชนิดกระโจมกลางห้องหรือเคาร์เตอร์ลอย ควรฝังปลั๊กไว้ที่เคาร์เตอร์ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องโดยสายไฟให้เกะกะ – ปลั๊กไฟสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ ควรให้อยู่สูงจากพื้น 120 ซม. – ปลั๊กไฟสำหรับตู้เย็น ควรมีสะพานไฟแยกต่างหากจากเครื่องใช้อื่น ๆ เพื่อป้องกันปัญหาของระบบไฟ และควรติดตั้งสายดิน 3. ระบบไฟให้แสง – ไฟในตู้ลอย ควรมีช่องทางในการเปลี่ยนหลอดไฟและซ่อมบำรุงได้ง่าย สวิตช์ไฟควรเดินพ่วงไปรวมกับสวิตช์ไฟอื่น ๆ ใกล้ทางเข้า และมีสวิตช์ที่ใกล้กับตู้อีกตำแหน่งจะช่วยให้สะดวกมากขึ้น – สวิตช์ไฟที่ใกล้อ่างล้าง เลือกใช้สวิตช์ที่กันน้ำ เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟดูด – ตำแหน่งที่ติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า คิดติดตั้งปลั๊กไฟและไฟที่ให้แสงสว่าง เพื่อสะดวกในการใช้งาน ที่มา : http://fagorthailand.co.th

Details

ฮวงจุ้ย กับ ห้องครัว

 ห้องครัวเปรียบเสมือนเสบียงอาหารของบ้าน บ้านไหนจะกินดีอยู่ดีก็ต้องดูกันที่ห้องครัวนี่แหละ เพราะฉะนั้นชาวจีนสมัยโบราณจึงให้ความสำคัญกับห้องครัวหรือเตาไฟเป็นพิเศษพอ ๆ กับประตูบ้านและห้องนอนทีเดียว ในยุคปัจจุบันความสำคัญของห้องครัวดูจะมีไม่มากเท่าไร เพราะคนมีเวลาเข้าครัวน้อยลง โดยเฉพาะแม่บ้านที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ส่วนใหญ่จะซื้ออาหารสำเร็จรูปมารับประทานกันมากกว่าที่จะลงมือเข้าครัวทำกับข้าวเอง แต่ถึงอย่างไรก็ดี ในหลักวิชาของฮวงจุ้ย ไม่อาจจะละเลยเรื่องนี้ได้ การจัดวางห้องครัวให้ถูกต้องถูกตำแหน่งจะต้องอาศัยหลักปฎิกิริยา 8 ทิศ เข้ามาช่วยตรวจสอบตำแหน่งภายในบ้าน โดยกำหนดว่าครัวหรือเตาไฟจะต้องอยู่ในทิศไม่ดี คือ สูญสิ้น, โทษภัย, 5 ภูต, อสูร จึงจะถูกโฉลก เพราะความเชื่อที่ว่าเตาไฟจะช่วยเผาผลาญสิ่งไม่ดีภายในบ้านให้หมดไป แต่ถ้าวางตำแหน่งห้องครัวอยู่ในทิศมงคลแล้ว คือ ประธาน, รุ่งเรือง, หมอเทพ, อายุ จะส่งผลดีแก่เจ้าบ้านได้ ลักษณะดี-ร้ายของการจัดวางห้องครัวภายในบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ย           ห้องครัวไม่ควรวางอยู่ติดกับห้องน้ำหรือมีประตูตรงกัน เพราะครัวเป็นที่สะสมความร้อน ส่วนห้องน้ำมีความชื้นมาก ถือเป็นลักษณะพิฆาตกันจึงควรหลีกเลี่ยง            การวางตำแหน่งของห้องครัวควรอยู่ในที่ลับตา ไม่ควรจัดห้องครัวไว้หน้าบ้านหรือมองเห็นจากประตูใหญ่ได้ง่าย เพราะไม่เช่นนั้นบ้านหลังนั้นจะมีแต่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารการกินอยู่เสมอ การวางเตาไฟไม่ควรตั้งติดไว้กับหน้าต่าง ควรชิดติดกำแพงด้านใดด้านหนึ่ง เพราะหน้าต่างถือเป็นช่องลมพัดผ่าน อาจนำพาฝุ่นละอองลงไปในอาหารได้ นอกจากนี้อาจเกิดไฟไหม้บ้านได้ง่าย           เตาไฟไม่ควรตั้งอยู่ในแนวเดียวกับประตู ในลักษณะหันหลังให้กับประตู เพราะจะทำให้ผู้ปรุงอาหารไม่สามารถมองเห็นคนที่เข้ามาในห้องได้ อาจทำให้ตกใจและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย           การวางตำแหน่งก๊อกน้ำหรืออ่างล้างจาน ไม่ควรวางติดกับเตาไฟเด็ดขาด เพราะน้ำกับไฟเป็นธาตุที่พิฆาตกัน จึงควรให้อยู่ห่าง ๆ กันไว้จะดี ข้อนี้รวมถึงการจัดวางตำแหน่งของตู้เย็นในห้องครัวด้วย ถ้าวางตู้เย็นติดเตาไฟมากเกินไปจะส่งผลให้การทำงานของตู้เย็นเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติเพราะโดนไอความร้อนจากเตาไฟ           ตำแหน่งของเตาไฟที่ดีควรอยู่ในลักษณะที่ผู้ปรุงอาหารสามารถมองเห็นประตูทางเข้าห้องครัวได้ง่าย และควรมีที่ระบายอากาศและมีแสงสว่างเพียงพอ ไม่ควรตั้งในมุมอับ           จำนวนหัวเตาไฟหากมีจำนวน 3, 5, 7 จะถือว่าเป็นมงคล ส่วนหัวเตาไฟจำนวน 1, 2, 6, 9 ถือว่าไม่เป็นมงคล           การใช้กระจกเงาติดบริเวณหัวเตาเพื่อสะท้อนหัวเตาเพิ่มขึ้น เป็นความเชื่อว่าเจ้าของบ้านจะร่ำรวยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว           การวางตำแหน่งเตาไฟ ไม่ควรหันหัวเตาไฟไปทางทิศเหนือเพราะเป็นทิศของธาตุน้ำ ควรหันไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นธาตุไม้ ให้กำเนิดธาตุไฟจะยิ่งดี (ที่มา: เคล็ดลับการตกแต่งภายในตามหลักฮวงจุ้ย โดย มาโนช ประภาษานนท์)

Details

การเลือกซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

การเลือกซื้อบ้าน ตามหลัก ฮวงจุ้ย หลักการดูซ้าย-ขวา หลักการยืนในบ้านแล้วหันหน้าออกหน้าบ้าน เพื่อหาด้านซ้าย-ขวานี้ ให้ใช้กับทุกกรณีทุกสถานการณ์ที่มีการเอ่ยถึงด้านซ้ายและขวา อาณาบริเวณโดยรอบ ทาวน์เฮาส์หลังมุม ผู้ที่นิยมเลือกซื้อทาวน์เฮาส์หลังมุมนั้น นับว่าตัดสินใจได้ไม่ผิด อาจยอมเสียเงินเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย แต่ก็ได้เนื้อที่ส่วนตัวบริเวณข้างบ้าน หรืออาจได้หน้าต่างด้านข้างอีกด้วย ทำให้บ้านปลอดโปร่ง พลังดีๆไหลเวียนเข้า-ออกได้สะดวก ซึ่งนั่นก็หมาย ถึงโชคลาภและสิริมงคลนั่นเอง – แต่ทาวน์เฮาส์หลังมุมที่เป็นหลังมงคล อยู่อาศัยแล้วเจริญร่ำรวยยิ่งขึ้นนั้น ควรเป็นหลังมุมที่มีถนนซอยวิ่งผ่านด้านซ้ายมือ แต่ทั้งนี้ถนนด้านซ้าย ของบ้านต้องเป็นถนนในตรอกในซอยมิใช่ถนนใหญ่เด็ดขาด – (ลักษณะบ้านให้โชคลาภเช่นนี้ นำไปประกอบการพิจารณาบ้านเดี่ยวได้ เช่นกัน) บ้านหัวมุมถนน – บ้านที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนพอดี มิว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ ใช่ว่าจะเป็นบ้านที่ให้คุณเสมอเหมือนกันทุกหลัง – บ้านหลังมุมที่ถือว่าเป็นลักษณะดีจะตั้งอยู่มุมที่มีรถแล่นผ่านหน้าบ้านและข้างบ้านในลักษณะเป็นกระแสไหลผ่านตัวบ้านจากทางหนึ่งไปสู่ทางหนึ่ง หากหลังใดตั้งอยู่บนหัวมุมถนน แต่ลักษณะของ ทิศทางรถที่วิ่งผ่านนั้นวิ่งในลักษณะพุ่งเข้าหาตัวบ้าน ส่องแสงเข้าหาตัวบ้านถือว่าไม่ดี ไม่ให้คุณ หรือโชคลาภใดๆ อยู่แล้วมั่งมี – ลักษณะบ้านที่ผู้อยู่อาศัยจะมีความร่มเย็นเป็นสุขและมั่งมีศรีสุขขึ้นเรื่อยๆนั้น คือบ้านที่ตั้งอยู่ในลักษณะหันหน้าให้แม่น้ำหรือลำคลอง – แต่ว่าเงื่อนไขแม่น้ำหรือลำคลองนั้นต้องเป็นแม่น้ำลำคลองที่ค่อนข้างใส สะอาด มิใช่สกปรก มีกลิ่นเน่าเหม็นโชยอยู่ในสายลม แม่น้ำหรือลำคลองที่สะอาดและเป็นน้ำที่ไหลมิได้หยุดนิ่ง เมื่อไหลผ่านหน้าบ้านหลังใด ถือว่า บ้านหลังนั้นตั้งอยู่ในทำเลที่ดีเยี่ยมโดยแท้ อยู่แล้วเหนื่อยสักหน่อย – ถ้าบ้านหลังใดตั้งอยู่ในลักษณะหันหลังให้แม่น้ำ คุณสามารถพิจารณาซื้อบ้านหลังนี้ได้ เพราะมิได้เป็นทำเลร้าย และมิได้เป็นลักษณะของบ้าน ให้โทษ – เพียงแต่ว่าเมื่ออยู่อาศัยแล้ว สมาชิกในบ้านอาจมิได้ไขว่คว้าหาความ สำเร็จได้ง่ายๆ นัก อาจต้องดิ้นรนเสาะแสวงหา หรือต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจสักหน่อย จึงจะประสพผลสำเร็จได้ตามกำลังความสามารถ ความโชคดีราบรื่นดูจะมิค่อยเกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับผู้อยู่อาศัยในบ้านที่ตั้งหันหลังให้แม่น้ำลำคลอง ความอบอุ่นและเงินทอง – หากพบว่าบ้านหลังใดตั้งอยู่ในทำเลที่ถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำหรือลำคลอง โดยลักษณะของแม่น้ำลำคลองนั้นโอบล้อมโค้งเข้าหาตัวบ้าน ขอให้รีบติดต่อ ซื้อหาบ้านหลังนั้นไว้โดยพลัน – ด้วยว่านั้นคือ ทำเลทองตามตำราโบราณโดยแท้ ผู้ที่ได้พำนักพักอาศัยใน บ้านลักษณะดังกล่าวนี้ จะมีแต่ความอบอุ่นเป็นสุข สามัคคี ปรองดองกันดี ทั้งคู่สามีภรรยา ลูกหลาน และญาติพี่น้อง – นอกจากความอบอุ่นร่มเย็นแล้ว บ้านลักษณะนี้ยังเอื้อเฟื้อให้ผู้อยู่อาศัยประสบแต่ความรุ่งโรจน์ โชติช่วงในธุรกิจการงาน เงินทองไหลเข้าบ้านทำให้ฐานะมั่งคั่งร่ำรวย เงินหาย-คนห่าง – บ้านที่มีแม่น้ำหรือลำคลองไหลผ่านหน้าบ้าน แต่เป็นลักษณะที่สายน้ำนั้นไหลออก ลำน้ำมิได้โอบล้อมบ้าน แต่เอาส่วนโค้งหันหน้าให้หน้าบ้าน ดั่งลักษณะของเกือกม้าคว่ำ – ลักษณะดังกล่าวนี้เป็นทำเลที่ให้โทษมากกว่าคุณ เพราะคนที่อยู่อาศัยในบ้านลักษณะนี้ จะมีแต่ความขัดแย้งกันในครอบครัว หรือไม่ก็ขาดความสมัครสมานกลมเกลียว สมาชิกในบ้านต่างคนต่างไปไม่รักใคร่ผูกพันกัน เงินทองก็ไหลออกเทออก แม้ว่าจะหาเข้าบ้านได้มากเท่าใดก็มิสามารถ เก็บออมได้เป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน ทำเลขุมทรัพย์ – ในอาณาบริเวณใกล้หน้าบ้าน หากเห็นว่ามีแม่น้ำหรือลำคลองหลายสาย ไหลมารวมตัวกันตรงจุดที่ด้านหน้าบ้านของคุณมิว่าจะใกล้หรือไกล ขอให้พึงตระหนักเถิดว่านี่คือ ทำเลทองอีกลักษณะหนึ่งซึ่งจะเป็นทำเลที่ทำให้ บ้านเรือนในอาณาบริเวณนั้นเป็นบ้านให้คุณให้โชค ถือเป็นแหล่งทรัพย์ที่จะนำเงินทองและความเจริญก้าวหน้ามาสู่ผู้อยู่อาศัย – แต่ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่า แม่น้ำลำคลองที่มาชุมนุมรวมตัวกันนี้ต้องไหลมาคนละทิศละทาง มิมีสายใดไหลตรงดิ่งเข้าหาทิศทางหน้าบ้าน หากมีลำน้ำ เล็กๆ ไหลตรงเข้าหาบ้านจะเป็นลักษณะคุกคาม ทำให้โชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ลดลง บ้านบนเนินสูง – บ้านที่ปลูกสร้างอยู่บนเนินอาจดูงดงามโอ่อ่า แต่ทว่าเป็นลักษณะของบ้านที่ปล่อยเงินให้รั่วไหลออกและยากจะรับโชคลาภเข้าบ้านได้ – ทั้งนี้หากบ้านอยู่บนเนินหรือจุดที่สูงกว่าถนนอย่างพอเหมาะก็ถือว่าดี ตำแหน่งที่ไม่ดีคือ บ้านที่อยู่สูงกว่าถนนมากเกินไปหรืออยู่บนเนินที่สูงและ ชันเกินพอดีอันจะทำให้พลังดีๆไหลเทออกจากบ้านได้อย่างรวดเร็ว บ้านมรณะ – หลีกเลี่ยงการซื้อหรือเข้าอยู่อาศัยในบ้านที่ตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่ง เพราะมิว่าจะแก้เคล็ดแก้ฆาตอย่างก็มิอาจช่วยบรรเทาความอัปมงคลให้ลดเบาลงได้มากนัก – สมาชิกที่อยู่อาศัยในบ้านลักษณะนี้จะพบแต่ภัยพิบัติอยู่เสมอ ซึ่งความ ร้ายแรงนั้นขึ้นอยู่กับทางที่พุ่งเข้าทะลวงตัวบ้านพอดีว่าเป็นตรอกซอย หรือ เป็นถนนที่รถวิ่งผ่านประจำ บ้านบนทางสามแพร่งทำให้มีคนตายได้ ถือ เป็นบ้านมรณะที่ควรหลีกเลี่ยงในทุกกรณี บ้านโรคภัย – […]

Details

รูปแบบการจัดห้องครัว

การวางแปลนครัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะ ตามขนาดและรูปร่างห้อง คือ 1. การจัดแบบตัวยู (U-SHAPED KITCHEN) เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่เหลือเฟือ ทั้งบ้านและครัวนี้ จึงมีความยืดหยุ่นมากที่สุด เพราะยังสามารถขยายพื้นที่ ของเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของต่างๆได้ 2. การจัดแบบตัวแอล (L-SHAPED KITCHEN) เป็นครัว ที่ใช้การได้ดีเช่นกัน สำหรับการทำงาน ในจุดทั้งสาม (เตา,อ่าง,ตู้เย็น) เหมาะกับห้อง ที่มีเนื้อที่ปานกลาง และเป็นบ้านโล่งๆ ที่ไม่มีการ กั้นแบ่งห้องทุกห้อง (OPEN PLAN) 3. การจัดแบบแถวยาวตามทางเดิน (CORRIDOR KITCHEN) เป็นครัวที่อยู่ในบริเวณ ที่ขนาบทางเดิน แคบๆ โดยมีทางเดินอยู่แนวกลาง ทุกๆอย่างในครัวนี้ จะอยู่ใกล้มือมาก จึงอำนวย ความสะดวกได้มากที่สุด 4. การจัดแบบแถวยาวตลอด (ONE WALL KITCHEN) เป็นครัวที่มีการจัดวางเป็นแบบแถวเดียวชิดผนังหมด การจัดครัวนั้นจำเป็นจะต้องคำนึงถึงจุดนี้ด้วย เพราะจะช่วยให้รู้เรื่อง ถึงลักษณะการใช้ของครัว แต่ละแบบ และเพิ่มความมั่นใจ ในการเลือกแบบ แต่ละแบบ ให้เข้าได้กับสภาพพื้นที่ภายในบ้านที่มีอยู่ โดยให้คำนึงถึง ความสะดวกและความประหยัด ของพื้นที่ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ขณะประกอบอาหารได้มากที่สุด

Details